ซื้อครบ 3500.- จัดส่งฟรีทั่วประเทศ!

THE MORE YOU KNOW: NEW BALANCE 574 “HISTORY CLASS PACK”

 มนต์เสน่ห์และประวัติศาสตร์ของวันวานสู่ “สนีกเกอร์สุดฮิตคู่สีในตำนาน”

.

NB 574 “ตำนานที่ยังมีลมหายใจ”

ในอดีตช่วงปี 1980s สมัยนั้นนับเป็นยุคเฟื่องฟูของเศรษฐกิจ คนนิยมความมั่งคั่งทั้ง รถหรู, โทรศัพท์, เสื้อผ้าแฟชั่น รวมถึง สนีกเกอร์ New Balance ตีตลาดด้วยคุณภาพ และ ดีไซน์ ทำให้เกิดหลากหลายโมเดลในสมัยนั้นรวมถึงรุ่น 574 

.

ส่วนผสมที่ลงตัว “go-anywhere”

สำหรับ NB 574 เป็นที่รู้กันว่าเป็นผสมผสานหลายซีรีย์ ไว้ด้วยกันทั้งเทคโนโลยีโฟม ENCAP จากรุ่น 565 ดีไซน์เรียบง่ายจากรุ่น 575 และ 576 มามัดรวมกัน วางขายครั้งแรกในปี 1988 นับเป็นการรวมกันของรองเท้าวิ่ง และ รองเท้าสตรีท ที่ถูกนำมาใส่แบบ Lifestyle และ โด่งดังในวัฒนธรรมของ Hip Hop เรามักจะเห็นได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มักจะอยู่ใน MV ต่าง ๆ ของยุคนั้นเสมอ

.

กระแสนิยมจาก “อเมริกาสู่เอเชีย”

ในช่วงต้นยุค 2000  NB 574 เป็นที่นิยมอย่างมากในนิวยอร์ก ออกสีใหม่ประมาณ 5 หรือ 6 สีทุกเดือน หลังจากเริ่มส่งออกเอเชีย ก็มีการปรับราคาให้ต่ำลง และ หนึ่งในประเทศที่จุดประกายไฟให้กับรุ่นนี้ คือ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2003 NB 574  นั้นได้ขโมยความนิยมบนถนน Harajuku แบบขาดลอยจนมีงาน Collaboration ต่าง ๆ  ออกวางขายอย่างไม่หยุดหย่อน รวมถึงคู่สีคลาสสิคอย่างสี Grey ที่ถือเป็นสีประจำแบรนด์ เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ซื้อสนีกเกอร์คู่แรกของ New Balance ในรุ่น “574” นี้ (รวมถึงตัวผู้เขียนด้วย)

.

แรงบันดาลใจใน “HISTORY CLASS PACK”

เป็นคอลเล็กชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของ NB รุ่นอื่นๆ  ซึ่งถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในโฆษณาในช่วงกลางทศวรรษ 1980 

หรือ ที่เราคุ้นกันว่า Ads. Vintage โดยในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย 6 สี วันนี้ Seek Thailand 

จะพาไปเจาะลึกว่าแต่ละคู่สีมี Inspired มาจากรุ่นไหน และ ซ่อนโฆษณา Vintage อะไรไว้บ้างในคอลเลคชั่นนี้

.

1.ML574BA2 หรือ New Balance 574 “Grey/Sky Blue”

คู่สีแรกในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Masterpiece  อย่าง ”1300” ที่แฟนๆ NB รู้จักกันดี

โดยเลือกเอาคู่สี OG อย่าง “Steel Blue” ที่ขายดีทั้งตัวรองเท้า และ Poster ที่พิมพ์ซ้ำหลายครั้งในปี 1985 มาไว้เป็นพระเอกของคอลเลคชั่น

.

2. ML574BD2 หรือ New Balance 574 “NAVY”

คู่สีที่สองในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น “565” รุ่นแรกที่ NB พรีเซนต์ว่าเป็นรองเท้าที่สามารถใส่ได้วิ่งได้ทั้ง On Road และ Off Road ชุดพื้น traction แบบ trail, ยาง carbon และ EVA Midsole ทำให้ไม่เคอะเขิน ที่จะใส่ได้หลากหลาย

3.ML574BE2 หรือ New Balance 574 “GREY/NAVY”

คู่สีที่สามในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น “670” รุ่นที่ชูเรื่อง น้ำหนักเบา และ ความทนทาน เป็นหลักทำขึ้นเพื่อรองรับนักวิ่งระยะไกล นอกจากเรื่องนี้แล้ว “670” ยังโดดเด่นเรื่อง Stability หรือ ทรงรองเท้า (SL-2 Last) จะขยายความกว้างของปลายเท้าและส่วนส้นสูงขึ้น รองรับคนเท้าแบนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังถูกใช้ใน “574” และมาในคู่สีดั้งเดิม Grey & Navy 

4. ML574BF2 หรือ New Balance 574 “TAN/BURGUNDY”

คู่สีที่สี่ในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น “850” รุ่นที่พัฒนาสำหรับ นักวิ่งที่มองหา ความทนทาน และ สมดุล มาในสีดุดันและเต็มไปด้วยพลังงาน เหลือง (Tan) และ แดงเลือดหมู (Burgundy) สำหรับ Ads. ในสมัยนั้นใช้คำว่า Some guys eat sneakers หรือ Do you eat sneakers. โดยทาง NB ทิ้งประโยคสำหรับรุ่นนี้ในโฆษณาว่า “คุณจะรักมันขนาดว่าไม่อยากกินให้หมด” (เปรียบเปรยกับขนม)

5. ML574BG2 หรือ New Balance 574 “DARK RED”

คู่สีที่ห้าในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น “770” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดภาระที่หัวเข่าได้รับจากการวิ่ง โดยคำโฆษณาใน Ads. สมัยนั้นคือ “This shoe makes you feel comfortable with high technology” และยังคงสืบทอดสี OG ของ 770 อย่าง Burgundy ตัดกับ Brown ได้อย่างลงตัวใน 574 นี้ 

6. ML574BH2 หรือ New Balance 574 “WHITE”

คู่สีสุดท้ายในคอลเลคชั่น “HISTORY CLASS PACK” ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น “700” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนักวิ่งที่ตามหารองเท้าน้ำหนักเบา และเพิ่มเวลาให้กับตัวเอง โดยตัว 574 เลือกวัสดุประเภทเดียวกับ “700” มาในสีขาว (Sliver) หลัก ดูสะอาด ตัดกับ สีดำ บริเวณ Heel Counter ใส่ทางการก็ดี ใส่เที่ยวก็คูล

.

สามารถเป็นเจ้าของคอลเลคชั่น New Balance 574 “History Class” ได้ในวันที่ 10 ตุลาคม 2564 เวลา 10 โมงเป็นต้นไปที่ www.seekthailand.com เท่านั้น

ติดตามรายละเอียดสีและไซส์ได้ที่:

SEEK Facebook: https://bit.ly/2WFD3nO

SEEK Instagram: https://bit.ly/30cgeKy

SEEK YouTube: https://bit.ly/2jN8n2b

.

Tips: เชื่อว่าหลายคนเคยเจอปัญหาแบบแอดมิน ตอนที่เรายังเด็ก เราเริ่มสนใจที่จะซื้อรองเท้า New Balance สักคู่

เราไม่รู้หรอกว่าความต่างของรองเท้าคู่ละ 3,000 – 5,000 กับ 7,000 – 10,000 มันต่างกันยังไง แต่เมื่อเราเริ่มศึกษามัน

ก็พบว่าความต่างของวัสดุ และ ความประณีตของงานที่คุณภาพสูงกว่า ยังไม่รวมเรื่องราวที่ทำให้เราอยากหยิบมันมาใส่

แต่กระนั้นเราก็ไม่มีเงินพอที่จะซื้ออยู่ดี เราก็เลยได้แต่ซื้อรองเท้า NB ทั่วไป ตัวแอดมินเองก็เริ่ม NB คู่แรกจาก 574

เมื่อคุณโตขึ้นและมีเงินพอใช้ คุณมักจะเลือกของแพงๆ แต่ในความคิดแอดมินการที่ได้ใส่สิ่งเดียวกับตอนเด็กๆ ก็ดีไม่น้อย

แอดมินให้คำนิยามของรุ่น 574 ไว้ว่า “เราไม่ได้ต้องการรู้สึกเท่เพราะว่าใส่ของแพง หากแต่เป็นการใส่ของที่เรามีเรื่องราวต่างหาก ที่ทำให้รู้สึกเท่”

 

นั่นคือตัวตนของคุณหรือป่าว ถ้าใช่! คุณต้องไม่พลาดกับ  NB 574 “History Class”

Related Posts